ฟิคเรื่องนี้เกิดจากความฟุ้งซ่านเพราะเก็บกดจากสถานการณ์ปัจจุบันของจขบ.

และเป็นฟิคแบบYaoi ถ้ารับไม่ได้กรุณากดปิดนะจ๊ะ

ด้วยความปรารถนาดีจาก จขบ.

Pairing: อนิรุทธิ์ x เอกราช

รายงานข่าวพิเศษประจำสถานการณ์ ขณะนี้มีการวางเพลิงมากกว่า35 จุด ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่สามารถควบคุมได้ ประกาศให้ประชาชนทุกคนงดออกเดินทาง.............รายงานสดจากที่เ...ปิ๊ปปป

มือบางกดปิดทีวีที่รายงานเมื่อเห็นว่าไม่แตกต่างไปจากรายงานที่ตนถืออยู่เท่าไหร่นัก รายงานที่มีแต่ภาพความเสียหายกับเหล่านักวิชาการมากมายออกมาประเมินกับพร่ำเสนอทางแก้ไม่รู้จบแต่ไม่มีทางไหนเลยที่จะใช้ได้

 ริมฝีปากบางขบแน่นเมื่อคิดถึงการประชุมของเบื้องบนไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบก็มีแต่การเสนอทางแก้เดิมๆกับคนคัดค้านแบบเดิมๆแถมยังเป็นคนเดิมเสียด้วย...พวกที่กลัวแค่อำนาจกับประโยชน์ที่ได้รับของตัวเองมันจะน้อยลงไปทั้งๆที่แค่นี้ก็กอบโกยกันไปไม่รู้เท่าไหร่ ทั้งที่ถ้าจะพัฒนาอย่างกันจริงจังไทยคงเป็นมหาอำนาจได้ไม่ยากจากทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ดังคำกล่าวว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ทรัพย์ในแผ่นดินมีมากจนสามารถให้ใครใคร่ค้าม้าค้าใคร่ค้าวัวค้าแต่อาจจะมากเกินไปกระมังจนคิดกันว่าใครใคร่ทำอะไรก็ทำได้แล้วหรือไรถึงได้เรียกร้องกันตามแต่ใจขอแค่มีพรรคมีพวกแล้วก็อ้างว่าเพื่อประชาชนกับเบื้องบนที่ไม่ยอมทำอะไรเพราะอ้างว่ากลัวภาพลักษณ์จะเสียหาย ทั้งที่แค่นี้ไทยก็โดนยับจนไม่เหลืออะไรในสายตาประชาคมโลกอยู่แล้วขนาดประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นคู่ปรับที่ทุกประชาคมโลกเคยให้ไทยมาเกลี้ยกล่อมเรื่องความสงบอย่างพม่ายังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่อยากให้พม่าเป็นแบบไทย คำพูดนี้เขาฟังกี่ทีก็อยากจะหัวเราะนัก...หัวเราะทั้งน้ำตา

หยาดน้ำตกกระทบลงบนพื้นไม้...ฝนตกรึอย่างไรกัน เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าต่างบานใหญ่ที่ปราศจากหยาดน้ำพลางนึกแปลกใจในหยาดพิรุณว่าทำไมถึงหยาดหยดแค่ที่เบื้องหน้าเขาเท่านั้น ถ้าจะร่วงหล่มลงมาจากฟากฟ้าไยจึงไม่ตกลงมาดับกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้...ตกลงว่านี่คือหยาดน้ำจากฟากฟ้าหรือหยาดน้ำตาจากตัวเขาเองกันแน่ จากตัวเขาที่ทำอะไรไม่ได้ แม้ว่าจะมีอำนาจอยู่ตามหน้าที่หากเมื่อต้องดำเนินการตามระบบราชการที่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติมากมายจนสุดท้ายกลายเป็นว่าสิ่งที่มีเป็นแค่หลักลอย ไม่สามารถเกิดใช้ได้จริง...ทุกครั้งที่เกิดเหตุเขาทำได้แค่เฝ้ามอง เฝ้ามองการทำร้ายกันของพี่น้องร่วมชาติ เฝ้ามองการบาดเจ็บล้มตาย เฝ้ามองความเสียหายและสุดท้ายก็เฝ้ามองความอ่อนแอของตัวเองที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในข้าของประเทศ ข้าของระบบราชการที่ได้แต่มอง...มองและมานั่งเสียน้ำตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กี่ครั้งกี่หนแล้วที่ต้องมองประเทศลุกเป็นไฟ

กี่ครั้งแล้วที่ไทยต้องสูญเสียจากความไม่สามัคคี

กี่ครั้งแล้วที่ต้องสูญเสีย...จนเหลือแค่ซากปรักหักพังกับคราบน้ำตา

แล้วต้องเป็นอย่างนี้อีกกี่ครั้ง...ถึงจะพอ

เสียงโทรศัพท์ที่ดังระรัวหยุดความคิดทั้งมวลไว้ มือบางคว้าโทรศัพท์เครื่องเล็กขึ้นดูหน้าจอที่ไม่ขึ้นชื่อผู้ติดต่อหากเมื่อคิดว่าเบอร์นี้มีคนรู้ไม่มากนักก็ทำให้พอเดาได้ว่าเป็นใคร

“สวัสดีครับ” นิ้วเรียวกดรับสายก่อนกลั้นสะอื้นทักอีกฝ่าย

“เป็นอย่างไรบ้าง...”

“ข่าวของอนิรุทธิ์น่าจะรายงานแล้วนี่”

ปลายสายมีแววทอดถอนใจออกมาแผ่วเบาราวกับเห็นเด็กน้อยตรงหน้ามาปรากฏกายพร้อมใบหน้าไม่ยอมลงให้เช่นในอดีต “รายงานเรื่องประเทศเจ้าน่ะเราอ่านแล้ว แต่ที่เราอยากรู้มันไม่ได้มีในรายงานนี่เจ้า”

“.......แล้วเรื่องใดล่ะที่ไม่อยู่ในรายงานจนต้องโทรมาถามถึงนี่”

“ก็ในนั้นไม่ได้รายงานว่าเจ้าร้องไห้รึเปล่า...”

ถ้อยคำที่ถามมากลับทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มปรากฏตรงหน่วยตาคู่งาม“ท่านถามเรื่องแบบนี้...มันจะได้ประโยชน์อะไรเล่า...ไม่ใช่คนของบ้านท่านหรือไงที่ออกมาพูดจนเราคิดมากน่ะ”  เสียงที่ถามกลับไปดังขึ้นเพื่อกลบความอายที่อีกฝ่ายรู้ทันเขาทุกที

“เพียงแค่วาจาไร้สาระเท่านั้น...แค่เพียงเจ้ารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็พอแล้วไม่ต้องไปเก็บวาจาใครต่อใครมาคิดเป็นสำคัญ วาจาดังนั้นถ้าเจ้าไม่เก็บมาคิดมันก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก” ทอดเสียงบอกอีกฝ่ายอย่างผู้ใหญ่สอนเด็ก จากประสบการณ์เรื่องนี้ไม่รู้กี่ครั้งกี่คราทำให้นึกรู้ว่าถ้าเก็บไปใส่ใจก็มีแต่รกสมองเพราะเพียงไม่นานก็จะสลายไปดังสายลม

"ใช่สิ เรามันไม่เคยมีประสบการณ์โชกโชนอย่างท่านนี้จะได้นิ่งไม่สะทกสะท้านเป็นท่อนไม้ที่ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ไม่นำมาคิดให้ขุ่นเคืองอารมณ์เล่น"

“เราไม่ได้จะโทรมาเพื่อหาเรื่องเจ้าดอกนะ...โยเดีย...แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเรานี่ที่ไม่ได้นุ่มนิ่มอย่างเจ้าจนคิดมากกับคำพูดของทุกผู้คนน่ะ”

“อนิรุทธิ์!!!นี่ท่าน...แค่นี้เราก็แย่แล้วท่านอย่าพึ่งมาเล่นตอนนี้ได้ไหม”

“เราก็ไม่ได้มีเวลาว่างมาเล่นกับเด็กไม่รู้จักโตแบบเจ้าบ่อยๆหรอก เราแค่อยากให้รู้ว่าเพียงไม่นานมันจะผ่านมันไป...ขอเพียงเจ้ารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็พอ”

“เรื่องของเราไม่ต้องให้ท่านต้องมาเป็นกังวลเพิ่มหรอกน่า เอาเวลาไปดูแลคนของท่านเถอะ อนิรุทธิ์”

“เจ้าก็น่าจะรู้นี่ว่าเพราะเหตุใดเราจึงต้องโทรมาเช่นนี้...อย่าทำให้เราห่วงจนต้องโทรมาอยู่ร่ำไป” เพราะข่าวกับรายงานที่ได้รับทำให้นึกรู้ภาพร่างบางที่มีแต่เสียงหัวเราะและคนรายล้อมมาโดยตลอดกลับต้องมาเจอเสียงจากทั้งภายในและภายนอกเข้าโจมตี เด็กน้อยคนนั้นที่พยายามมากกว่าใคร คนที่เก็บอารมณ์หวั่นไหวตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นอย่างนั้นต้องหลบมานั่งร้องไห้ในความมืดเพียงลำพังแน่ๆ "อย่างนี้เจ้ายังคิดว่าเราเป็นตอไม้อีกหรือเปล่าล่ะโยเดีย? "

 “.........ท่านไม่สบายรึเปล่าน่ะ”

“ทำไมเล่าแปลกใจที่ท่อนไม้แข็งกร้าวอย่างเราพูดเช่นนี้ได้หรือไร...”ก็เฉพาะกับเจ้าเท่านั้นแหละโยเดียที่เราจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

“เราไม่พูดกับท่านแล้ว...”รู้สึกอย่างไรทำไมต้องพูดออกมาด้วยเล่า...ไม่รู้หรือไงว่าความห่วงหามันจะทำให้ร้องออกมาได้นะ...อนิรุทธิ์

“เอาเถอะ...เรารู้ว่าเจ้าต้องทำได้ โยเดีย” เจ้าต้องเข้มแข็งแล้วผ่านมันมาให้ได้เพราะนี่เป็นบททดสอบของเจ้าที่เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ แต่เราจะเป็นหลักให้ในวันที่เจ้าอ่อนแอ โยเดีย

เจ้าจะต้องผ่านมันมาให้ได้ ผ่านมาเหมือนที่เจ้าเคยผ่านเราไปเมื่อในอดีตตั้งแต่อยุทธยาจนถึงรัตนโกสินทร์

แล้วเราจะรอดูความสำเร็จครั้งนี้ของเจ้า

เราจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ...โยเดีย

END

ขอบคุณriki ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบและช่วยตรวจทานนะ

ขอบคุณ kakao ที่ช่วยตรวจทานอีกราย (เหยื่อไปอีกคน)

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เเอร๊ยยยย เร็วมากกกกก ทันเหตุการณ์

เศร้าใจเหลือเกิน

อยากให้จบสักที

#1 By kakao on 2010-05-20 14:54

ฮือออออออ


ฮือออออออออออออออออออออ

#2 By :-[R]i{ki}~~{[C]ha~n}-: on 2010-05-20 16:16

<a href="http://hrxxxwferqxougc.com">ojdvmioxflpexyh</a> http://wqlchecorlqdlcq.com [url=http://kagmzuyrahbmbao.com]cpevvogsdhpzrnt[/url]

#3 By iylvokdgeh (94.102.52.87) on 2010-06-14 08:08

เเจ๊ึส

#4 By วาสนะ (113.53.104.231) on 2010-12-22 18:05